เคล็ดอัศจรรย์  บนบานอย่างไรให้ได้ตามที่ขอ…

การไปขอพร หรือการไปบนบานใดๆ ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปวงเทพเทวา และดวงจิตวิญญาณที่มีฤทธิ์นั้นเป็นเรื่องที่คนหลายคนนิยม จึงอยากจะขอให้ทราบเบื้องต้นแต่ทว่าสำคัญยิ่งที่สุดคือ

ท่านเหล่านี้จะอวยพรสำหรับคนที่มีบุญและถึงเวลาที่บุญส่งผลเท่านั้น
และในการที่บุญจะส่งผลได้นั้นมีอยู่หลายประการที่อยากจะเรียนให้ทราบก็คือ

หนึ่ง ถึงเวลาที่บุญนั้นต้องส่งผลตามกฎแห่งกรรม
สอง มีบุญมากพอมาเติม มารวมกับบุญเก่าจนมีพลังมากกว่าผลกรรมชั่วที่รอส่งผล
สาม อยู่ในช่วงเวลาที่กรรมฝ่ายชั่วอ่อนกำลังลง

ครูบาอาจารย์หลายท่านกล่าวตรงกันว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการบนบานศาลกล่าวก็คือ ช่วงเวลาที่บุญนั้นพร้อมส่งผลเต็มที่และผลของกรรมชั่วนั้นอ่อนแรงลง

แต่การที่เราจะรู้ว่าบุญนั้นจะส่งผลเมื่อใดนั้นไม่มีใครรู้ได้ชัดเจน แต่ที่รู้กับตัวเองนั้น คือ ความชั่วนั้นทำง่ายกว่าการทำบุญมาก เพราะเป็นเรื่องของกิเลสที่ยั่วยวนไม่รู้จบสิ้น และเมื่อทำกรรมชั่วเมื่อใด ผลนั้นมักจะออกมาก่อนเสมอ

ดังนั้นสิ่งที่ง่ายที่สุดในการที่จะช่วยให้การบนบานนั้นเกิดผลเร็วขึ้น คือ การเลิกทำความชั่วทั้งหมดทันที

เราจึงจำเป็นต้องรู้และสำรวจตรวจตราตัวเองก่อนว่า ในช่วงที่เราจะบนบานศาลกล่าวนั้น ตัวเราเองได้ละความชั่วที่เราทำลงไปหมดสิ้นหรือมากพอแล้วหรือยัง

ถ้ารู้ตัวว่ายังก็ต้องรีบลด ละ เลิกเสียเดี๋ยวนี้ ต้องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ลดกรรมดำให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะให้บุญที่ทำนั้นหรือกรรมขาวนั้นส่งผลได้เต็มที่

เหมือนเราได้ไปยกเอาก้อนหินที่กีดขวางทางน้ำ ที่ควรจะไหลแรง ไหลสะดวกออกไป เพื่อให้น้ำนั้นได้ไหลตามสะดวก ก้อนหินเหล่านั้นก็เหมือนกับกรรมชั่วและการสร้างบุญใหม่นั้น เหมือนกับที่เราช่วยเพิ่มแรงน้ำ จำนานน้ำให้มากขึ้นจะได้ไหลเร็วขึ้นแรงขึ้น

เราได้สร้างบุญอะไรไว้แล้ว จึงจะสามารถไปขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้ ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าจะไปกราบไหว้บูชาบ่อยแค่ไหน หรือ มีเซ่นของไหว้ดีเลิศหรือด้วยจำนวนมากเท่าไหร่ ก็ย่อมไม่ได้ผลอย่างแน่นอน

“ คนไม่มีบุญนั้น ต่อให้ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ร้อยครั้ง ก็ไม่มีทางได้ แม้แต่ครั้งเดียว 
คนที่มีบุญบ้างบาปบ้างเจือปนอยู่ก็จะได้ครึ่งไม่ได้ครึ่ง 
แต่คนที่มีบุญมากไหว้ขอครั้งไหน ได้ทุกครั้ง ”

เมื่อเราลด ละ เลิกความชั่วแล้ว ก่อนที่เราจะไปบนบานใด ๆ ก็ต้องรู้วิธีในการสร้างบุญบารมีให้เพิ่มขึ้น เพื่อที่จะให้อานิสงส์บุญนั้นเชื่อมต่อตัวเรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเสียก่อน การเชื่อมบุญนั้นไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์แต่เป็นการอุทิศบุญที่เราทำนั้นแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพนับถือ และต้องการอยากให้ท่านช่วยเหลือ

เป็นการกระตุ้นบุญเก่าและบุญใหม่ให้มีกำลังมากขึ้น ที่เชื่อว่าเราและท่านนั้นต้องเคยร่วมบุญเก่ากันมาก่อนแน่นนอนไม่ภพใดก็ภพหนึ่ง

ดูได้จากการที่เราได้เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายนั้น ไม่ว่าจะเป็นพรหมเทพเทวดา เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือแม้แต่วิญญาณบรรพบุรุษ ส่วนมากเราไม่เคยเจอตัวจริงท่านแต่ทำไมเราระลึกและเคารพท่านได้

เรื่องนี้เป็นเพราะว่าสายใยแห่งบุญที่มีพลานุภาพที่เกี่ยวรัดจิตวิญญาณของเรา ให้นึกถึงท่าน คำสอนและวัตรปฏิบัติและเคารพนับถือ เลื่อมใสในตัวท่านนั่นเอง

เหมือนกับบางครั้งที่เชื่อว่าหลายท่านเคยเจอมากับชีวิต เช่น เมื่อพบใครสักคนรู้สึกดีด้วยอย่างประหลาดทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่กับบางคนเพียงเห็นหน้าครั้งเดียวก็รู้สึกเกลียดขี้หน้าไม่อยากคบขึ้นมาซะอย่างนั้น

เรื่องนี้เป็นเพราะเคยมีกรรมร่วมกันมา ถ้าเป็นฝ่ายดีก็จะรู้สึกดีและอยากคบหาสมาคมด้วย แต่ถ้าเคยมีเวรกรรมฝ่ายไม่ดี พอเจอหน้าก็ไม่รู้สึกถูกชะตา เหมือนมีม่านสีดำขวางเอาไว้

หรือเมื่อเจอเหตุการณ์บางอย่างที่อยู่ตรงหน้า ที่เรารู้สึกว่า เหตุการรืแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วหรือไปสถานที่แห่งหนึ่งรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยมา โบราณสถานที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นบางแห่งสร้างมาแล้วเป็นพันปี หลายร้อยปี

ลองคิดดูเล่นๆ ก็ได้ว่าชั่วชีวิตคนหนึ่งไม่เกินร้อยปี ต้องเคยเกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิดมาหลายรอบ เราอาจจะเป็นหนึ่งในผู้สร้าง หนึ่งในผู้ทำนุบำรุงสถานที่แห่งนั้นมาหรือแม้แต่เป็นผู้เคยไปทำบุญที่นั่นมาแล้วในอดีตชาติ

มีเรื่องราวเกี่ยวกับผู้มีบุญท่านหนึ่งอยู่ที่จ.ลำพูน ขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน ที่ท่านเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนทั่วประเทศนั้น เพราะท่านสามารถล่วงรู้และบอกถึงอดีตชาติของคนมากมาย ที่ส่วนมากเป็นหนึ่งในผู้สร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอารามต่างๆ ในอดีตชาติ ที่ในชาตินี้เกิดมาเป็นคนและสัตว์อีกครั้ง

ที่ยังต้องวนเวียนอยู่ในกรรม และต้องมาทำหน้าที่ที่เคยทำมาต่อให้เสร็จสิ้น หลายท่านที่ถูกนำมาบอกให้รู้นั้นเป็นพระอริยสงฆ์ชื่อดัง ที่ในชาติก่อนท่านก็ผ่านการเกิดมาเป็นพระสงฆ์หลายชาติ

และทำหน้าที่ของท่านต่อไม่หยุดยั้งในชาตินี้และในสถานที่แห่งเดิม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เหนือความเข้าใจของคนทั่วไป จึงมีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อ ซึ่งก็แล้วแต่จริต แล้วแต่บุญและกรรมของคน

แต่ที่ยืนยันได้อย่างแน่นอน ก็คือ เรื่องของครูบาศรีวิชัยเจ้า นักบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา ที่หลายคนคงรู้จักชื่อเสียงท่านดี วัตรปฏิบัติเรื่องหนึ่งที่คนทั้งประเทศโดยเฉพาะทางภาคเหนือตอนบนนั้นรู้กันดีคือ เรื่องการบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามเป็นจำนวนมากในแผ่นดินล้านนา ที่ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ และมีการบันทึกไว้อย่างชัดเจนว่า

ในทุกวัด ทุกศาสนสถานที่ท่านไปบูรณปฏิสังขรณ์นั้น ต้องเป็นวัดที่เป็นเนื้อนาบุญของท่าน ซึ่งหมายความว่า ต้องเคยเป็นสถานที่หรือวัดที่ท่านเคยทำ เคยสร้าง เคยทำนุบำรุงมาในอดีตชาติที่ผ่านมา ท่านจึงมีหน้าที่มาบูรณปฏิสังขรณ์ให้ดีดังเดิมเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา

และเพื่อเป็นการสร้างบุญบารมีของท่านต่อตามที่ท่านตั้งสัจจะอธิษฐานไว้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าท่านครูบาฯ ท่านทราบได้อย่างไรว่าสถานที่เหล่านั้นที่มีมากมาย เป็นที่ใดที่เป็นเนื้อนาบุญของท่าน

อยากจะเรียนให้ทราบ ก่อนที่ท่านจะทำการบูรณปฏิสังขรณ์ไม่ว่าจะเป็นที่ใดนั้น ท่านต้องมีการตั้งสัจจะอธิษฐานการผายเบี้ยซึ่งเป็นเรื่องของอภิญญาและศาสตร์โบราณ มีหลายวัดที่ชาวบ้านมานิมนต์ท่านให้ไปช่วยบูรณปฏิสังขรณ์ แต่ครูบาฯ ปฏิเสธไปเพราะด้วยเหตุผลที่ว่า

เจ้าของเนื้อบุญเดิมนั้นเขาจะกลับมาทำเองไม่ใช่ท่าน ที่ของใครคนนั้นจ้องเป็นคนทำจึงจะสำเร็จ เพราะปวงเทพเทวดาทั้งหลายรออวยพรงานนั้นให้ลุล่วงอยู่

ที่ยกตัวอย่างมานี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านทราบว่า เรื่องของการบุญเก่าและการสร้างบุญเป็นเรื่องจริงแท้แน่นนอนในเรื่องของกฎแห่งกรรมและคนเรานั้นเวียนว่าย ตาย เกิดมาหลายภพหลายชาติ ในภพหนึ่งภพใดต้องมีความเชื่อมโยงกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใดที่หนึ่งแน่นอน

ถ้าท่านมีความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระอริยบุคคล บรรพบุรุษผุ้มีพระคุณกับแผ่นดิน ดวงจิตวิญญาณที่รักษาสถานที่ใด ท่านใด ขอแนะนำว่าอย่างสงสัยคลางแคลงใจหรือขาดความศรัทธา จงเร่งเชื่อมบุญกับท่านเสีย แล้วสิ่งที่ท่านปรารถนาจะมาหาถึงท่านอย่างในเร็ววันเพราะท่านเหล่านั้นร่วมอวยพรแน่นอน

การที่จะเชื่อมบุญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น อันดับแรก เราต้องเป็นผู้มีบุญเป็นของตัวเองเสียก่อน เพราะถ้าไม่มีบุญของตัวเองแล้ว จะเอาอะไรไปเชื่อมกับท่าน บุญนั้นใครทำใครได้

ไม่ใช่เกิดขึ้นมาลอยๆ หลายคนยังเข้าใจผิดว่าการทำบุญ สร้างบุญบารมีเป็นเรื่องแค่ไปตักบาตร ทำสังฆทาน ทอดผ้าป่า ทอดกฐินเท่านั้น ซึ่งไม่ได้มีเท่านั้นสำหรับการสร้างบุญบารมี

ในการทำบุญที่ได้บุญแน่นอนและถูกต้องตามพระพุทธศาสนานั้นเรียกว่า “บุญกิริยาวัตถุ 10” โดยอาศัยหลักแห่งการสร้างบุญที่มีทั้ง 10 ประการ ที่ทุกคนทำได้ง่าย ทำได้ทุกสถานที่และมีแบบที่ไม่ต้องใช้เงินเลยแม้แต่สลึงเดียว

เมื่อรู้จักสร้างบุญให้เพียบพร้อม เหมือนกับการเติมน้ำที่ใสลงไปในแก้วแล้ว เมื่อบุญบารมีถึงพร้อม ทีนี้เราก็พร้อมแล้วที่จะไปขอพรเพิ่มพลังจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ เราให้ความเคารพศรัทธาได้ อย่างถูกต้อง

Comments

comments