ไหว้พระ ไม่ “ถูกพระ” แต่ ” ถูกไสย ”

บทความธรรมะดีๆ จาก ท่าน ว.วชิรเมธี

ผู้อ่านถาม: วันหนึ่งระหว่างคุยกันกับเพื่อนเรื่องไหว้พระหลายวัด เพื่อนถามขึ้นมาว่า “ทำไมเราจะต้องไหว้พระหลายวัด ในเมื่อในแต่ละวัดเราก็ไหว้พระพุทธองค์เหมือนกัน” อึ้งไป ได้แต่นึกในใจว่า “จริงเนอะ” ตอบคำถามเพื่อนไม่ได้ค่ะ ขออนุญาตส่งคำถามนี้มาให้พระอาจารย์ช่วยชี้ทางสว่างด้วยค่ะ

ท่าน ว.วชิรเมธี ตอบ: ความจริงคำตอบของคำถามนี้มีอยู่แล้วในคำถามของเพื่อนนั่นเองถ้าเมื่อไรก็ตาม เราจับหลักได้ว่าการไหว้พระในแต่ละวัดก็คือ การไหว้“พระพุทธองค์” เหมือนกัน ไหว้วัดไหนก็ใช้ได้ทั้งนั้น แต่สำหรับคนส่วนใหญ่จะมีสักกี่คนที่คิดอย่างนี้ เข้าใจได้อย่างนี้ คนจำนวนมากไหว้พระกันอยู่ทุกวัน แต่ไม่รู้เป็นการไหว้พระที่ “ถูกพระ” หรือเปล่า เพราะมีอยู่เสมอที่บางคนไหว้พระ แต่ “ถูกไสย” เช่น ขณะที่ไหว้พระพุทธรูปก็ขอให้ท่านช่วยสารพัด บนไปเสียทุกเรื่อง บางคนกำลังทำไม่ดีอยู่แท้ๆ ยังอธิษฐานขอให้ท่านช่วยก็มี บางคนทั้งๆ ที่กราบพระพุทธรูปซึ่งทรงสอนให้พึ่งตนเองอยู่แท้ๆ ก็กลับขอให้ท่านมาช่วย “ทำแทน” ตนเองในเรื่องนั้นเรื่องนี้

นี่คือไหว้พระ แต่ไม่ถูกพุทธ

เป็นการไหว้พระ แต่ถูกไสย

ไหว้พระให้ถูก ต้องไหว้พระอย่างพุทธ

คือไหว้ด้วยความรู้ ด้วยความเข้าใจในแก่นของพุทธศาสนา

ถ้าเราไหว้พระเป็น ไหว้พระวัดไหนก็มีคุณค่าเท่ากัน แต่ถ้าเราไหว้ไม่เป็น เราก็จะแสวงหาพระมาไหว้กันไปไม่จบไม่สิ้น บางคนตระเวนไหว้ทีหนึ่งตั้ง 9 วัด แต่เมื่อกลับมาแล้วยังไม่รู้จักเลยว่า พระพุทธเจ้าคือใคร พระองค์สอนอะไร หรือไหว้พระวัดไหนก็ขอหรือบนบานศาลกล่าวไปเสียทุกวัด เสี่ยงเซียมซีจนมือหงิก บริจาคจนกระเป๋าฉีก หรือบูชาพระเครื่องมาสวมจนคอเอียง

เดี๋ยวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ วัดจำนวนมากเชิญเทพต่างๆ จากต่างศาสนาเข้าไปอยู่ในวัดเพื่อเรียกคนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เทพจำนวนมากเป็นเทพในศาสนาอื่น ซึ่งตามประวัติศาสตร์ พระพุทธเจ้าเคยเทศน์ เคยสอนเพื่อหักล้างลัทธิ “เทพเจ้าบันดาล” มาอย่างถึงลูกถึงคน ถึงขนาดที่เรียกเป็นสำนวนได้ว่า ทรงพยายามดึงคน “จากเทพมาสู่ธรรม” แต่เดี๋ยวนี้วัดจำนวนมากทำสวนทาง กลับไปดึง “ธรรมมาสู่เทพ” ยกให้เทพเหนือธรรม แก่นของพุทธก็เลยหาย พุทธศาสนาซึ่งสอนให้พึ่งตนก็เลยวนกลับไปพึ่งเทพกันหมด

ข้อมูลจาก :www.goodlifeupdate.com

Comments

comments